น่าห่วง! ผลสำรวจเผยผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งปี 62 ยังไม่เข้าใจระบบเลือกตั้งแบบใหม่

รัฐธรรมนูญฉบับ 2560 ที่ประกาศใช้ในปัจจุบันดูเหมือนจะมีการปรับคุณสมบัติและที่มาของนายกรัฐมนตรีพอสมควร ซึ่งจากการติดตามสถานการณ์แม้จะยังไม่ได้กำหนดวันเลือกตั้งเป็นที่แน่นอน แต่ก็ดูเหมือนหลายฝ่ายคาดการณ์กันว่าต่อให้มีการเลื่อนวัน สุดท้ายก็จะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นภายในปี 2562 จนได้

คำถามที่ตามมาก็คือ ประชาชน นั้นรู้กติกาและที่มาของนายกรัฐมนตรี รวมถึงคุณสมบัติหรือไม่ เนื่องจากกติกาที่ปรับใหม่ผนวกกับข้อกำหนดต่างๆ ในบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ ค่อนข้างแตกต่างจากเดิมเป็นอย่างมาก

ประการแรก นายกรัฐมนตรีไม่จำเป็นต้องเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) (จำเป็นต้องเป็น 3 รายชื่อแรกที่พรรคการเมืองเสนอเพื่อชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีก่อนมีการเลือกตั้ง) ฉบับก่อนหน้าระบุชัดเจนว่าต้องเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เท่านั้น

ประการที่สอง ต้องมีเสียงสนับสนุน 376 เสียงในสภาขึ้นไป ฉบับก่อนต้องได้ 251 เสียงในสภาขึ้นไป

ประการที่สาม ผู้มีสิทธิ์โหวตเลือกนายกรัฐมตรี ตามมาตรา 272 ในบทเฉพาะกาลในสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) 250 คน ที่มาจากการแต่งตั้ง สามารถรวมโหวตนายกรัฐมนตรีร่วมกับ ส.ส. ที่มาจากการเลือกตั้ง 500 คนได้ ฉบับก่อนจะเพียง ส.ส. เท่านั้นที่มีสิทธิ์โหวต

ประการที่สี่ การเลือกนายกรัฐมนตรีจะต้องได้เสียงสนับสนุนเกินกึ่งหนึ่งของสภา แม้จะไม่ได้เปลี่ยนแปลงข้อนี้ แต่จากการเงื่อนไขทั้งหมดนี้ทำให้เสียงกึ่งนึ่งจาก 251 เสียงในสภาขึ้นไป กลายเป็น 376 เสียงในสภาขึ้นไป หรือเกินครึ่งของ 750 เสียง (ส.ส. 500 คน และ ส.ว. แต่งตั้ง 250 คน)

ประการที่ห้า ที่มาของ ส.ว. 244 คน มาจากการแต่งตั้งโดยคณะรักษาความมั่นคงแห่งชาติ (คสช.) ส่วน 6 คนที่เหลือได้มาจาก ผบ.เหล่าทัพ ประกอบด้วยผู้บัญชาการกองทัพบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และปลัดกระทรวงกลาโหม

 

น่าห่วง! ผลสำรวจชี้ประชาชนยังไม่เข้าใจระบบเลือกตั้งแบบใหม่

รายงานผลสำรวจความคิดเห็นคนรุ่นใหม่กับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ปี พ.ศ.2562 ซึ่งทำการสำรวจระหว่างวันที่ 14 – 30 ตุลาคม 2561 โดยมีผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน  4,263 คน สำหรับแบบสอบถามแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่ 1 ข้อมูลทั่วไป ส่วนที่ 2 ความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหาทางสังคม และส่วนที่ 3 ความสนใจและการตื่นตัวทางการเมือง ที่จัดขึ้นโดย  1like1vote หนึ่งในโครงการของ บริษัท ดิจิทัล บิสิเนส คอนซัลท์ จำกัด ร่วมกับเฟสบุ๊คแฟนเพจ ชวนหาเรื่อง , Beevoice , JobBKK , Admission Premium และ Eduzones พบว่า กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เพิ่งมีสิทธิ์เลือกตั้ง (อายุระหว่าง 18 – 25 ปี) นั้น มีความรู้ความใจระบบการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญใหม่ระดับปานกลางเท่านั้น ส่วนกลุ่มคนที่เคยมีประสบการณ์เลือกตั้งมาแล้ว (อายุ 25 ปีขึ้นไป) ก็มีความรู้ความเข้าใจอยู่ในระดับเดียวกัน

 

ความเข้าใจระบบการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญใหม่

อันดับอายุ 25 ปีขึ้นไปอายุ 18- 25 ปี
1รู้ปานกลางรู้ปานกลาง
2รู้เล็กน้อยรู้เล็กน้อย
3ไม่รู้เลยไม่รู้เลย
4รู้มากรู้มาก
5รู้มากที่สุดรู้มากที่สุด

 

ที่น่าเป็นห่วงก็คือ แม้ประชาชนจะตอบผลสำรวจว่า มีความรู้ความเข้าใจในระบบเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ตามรัฐธรรมนูญใหม่ระดับปานกลางก็ตาม แต่รายงานดังกล่าวกลับพบว่า ผู้ตอบแบบสำรวจอาจยังไม่เข้าใจระบบเลือกตั้งดีพอ เพราะผลสำรวจที่ถามกลุ่มผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งในปี 2562 ว่า ทราบถึงความความสำคัญของการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือไม่ ทั้งกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เพิ่งมีสิทธิ์เลือกตั้ง (อายุระหว่าง 18 – 25 ปี) และกลุ่มคนที่เคยมีประสบการณ์เลือกตั้งมาแล้ว (อายุ 25 ปีขึ้นไป) กลับตอบว่า ความสำคัญของการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้นเป็นส่วนหนึ่งของระบอบการปกครองประชาธิปไตย ส่วนคำตอบว่า เป็นการเลือกนายกรัฐมนตรีทางอ้อม นั้นอยู่อันดับที่ 4

 

ความสำคัญของการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

อันดับอายุ 25 ปีขึ้นไปอายุ 18- 25 ปี
1เป็นส่วนหนึ่งของระบอบการปกครองประชาธิปไตยเป็นส่วนหนึ่งของระบอบการปกครองประชาธิปไตย
2ไว้ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลไว้ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล
3ไปเป็นตัวแทนในการออกกฎหมายไปเป็นตัวแทนในการออกกฎหมาย
4เป็นการเลือกนายกรัฐมนตรีทางอ้อมเป็นการเลือกนายกรัฐมนตรีทางอ้อม
5ไว้คอยช่วยเหลือเวลามีปัญหาที่เกี่ยวกับตนเองไว้คอยช่วยเหลือเวลามีปัญหาที่เกี่ยวกับตนเอง

 

แสดงความคิดเห็น
News Reporter