Recent News
เร่งทำความเข้าใจการคิดดอกเบี้ยตามประกาศธุรกิจเช่าซื้อรถ

ล่าสุด (26มิ.ย.) พล.ต.ต.ประสิทธิ์ เฉลิมวุฒิศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคได้มอบหมายให้ นายอุฬาร จิ๋วเจริญ ผู้อำนวยการกองคุ้มครองผู้บริโภคด้านสัญญา  เป็นประธานในการประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นของสมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทยเกี่ยวกับประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่องให้ธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ.2561 ซึ่งประกาศดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2561

โดยการประชุมในครั้งนี้ เป็นการกำหนดแนวทางให้ผู้ประกอบธุรกิจปฏิบัติตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญาฉบับดังกล่าวให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพราะในช่วงที่ผ่านมามีการนำเสนอข้อมูลความคิดเห็นที่ไม่ตรงต่อความเป็นจริงบางประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นเรื่องของการคิดอัตราดอกเบี้ยเช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์  ที่มีการนำไปเผยแพร่ในโซเชียลมีเดียว่าเป็นแบบอัตราดอกเบี้ยลดต้น ลดดอก” เหมือนกับเป็นสัญญากู้ยืมเงินเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย 

ซึ่งทางสคบ.ขอชี้แจงว่า“การคิดดอกเบี้ยเช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ยังคงใช้แบบ เงินต้นคงที่ (Flat Rate) เหมือนเดิม ตามที่ใช้ในการคำนวณค่าเช่าซื้อในแต่ละงวด

ทั้งนี้ได้กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจจัดทำตารางแสดงภาระหนี้สินตามสัญญา สำหรับผู้เช่าซื้อแต่ละราย โดยให้ระบุอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี (Effective Interest Rate) เพื่อประโยชน์กับผู้บริโภคให้ได้รับทราบภาระดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี (Effective Interest Rate)

หากผู้เช่าซื้อประสงค์จะปิดบัญชีค่าเช่าซื้อก่อนครบกำหนดสัญญา จะได้ส่วนลดอัตราดอกเบี้ยที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระร้อยละ 50 และในกรณีการคิดเบี้ยปรับกรณีผู้เช่าซื้อผิดนัดชำระเงินค่างวดให้ผู้ประกอบธุรกิจคิดเบี้ยปรับได้ไม่เกินอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี (effective interest rate) บวกร้อยละ 3 ต่อปี แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินร้อยละ 15 ต่อปี หากผู้ใดมีข้อสงสัยในรายละเอียดและเงื่อนไขในประกาศฯฉบับนี้ สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนสคบ.

อย่างไรก็ตามการที่สคบ.ได้ออกประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่องให้ธุรกิจให้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญานั้น ก่อนหน้านี้ทางเลขาฯสคบ.ได้ชี้แจงถึงวัตถุประสงค์ว่าการออกประกาศดังกล่าวเพื่อเป็นการให้ความคุ้มครองผู้บริโภคที่เช่าซื้อรถ เนื่องจากที่ผ่านมาได้รับการร้องเรียนจากประชาชนเสมอว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม เนื่องจากสัญญาเช่าซื้อค่อนข้างเอารัดเอาเปรียบ ซึ่งในประกาศฉบับใหม่ที่ปรับปรุงแก้ไขจาก ฉบับเดิมคือในปี 2555 และปี 2558 นั้นสาระสำคัญส่วนใหญ่ไม่ได้แตกต่างไปจากเดิมมากนัก

โดยหลัก ๆ ที่แก้ไขจะเป็นเรื่องของการคิดอัตราดอกเบี้ยกรณีผิดนัดชำระ ,การปรับลดดอกเบี้ยกรณีผู้บริโภคต้องการชำระค่าเช่าซื้อทั้งหมดในคราวเดียวกัน ,ค่าใช้จ่ายจากการบังคับยึดรถกรณีผู้เช่าซื้อผิดนัดชำระหนี้เกินกำหนด ซึ่งแต่เดิมผู้ให้สินเชื่อเช่าซื้อหรือบริษัทลีสซิ่งสามารถเรียกเก็บค่าใช้จ่ายในการยึดรถจากผู้บริโภคได้แต่กฎหมายใหม่กำหนดข้อห้ามไว้ ,การกำหนดให้แสดงรายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับการเช่าซื้อ อาทิเงินต้น ดอกเบี้ย ค่างวดเช่าซื้อให้ชัดเจน เป็นต้น

แสดงความคิดเห็น