Recent News
จัดไป! ผู้บริโภคได้การคุ้มครอง “บัตรเครดิต”อะไรบ้าง ?

                ถึงตอนนี้ Bee Voice ยังคงมีเรื่องราวเกี่ยวกับการให้ความคุ้มครองต่อผู้บริโภค ในธุรกิจบัตรเครดิต มาฝากกันอีกแล้ว ก็ในเมื่อเราสมัครใจเป็นลูกค้ากับทางธนาคารก็ย่อมต้องได้รับความคุ้มครองอย่างไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบ ส่วนจะคุ้มครองอะไรยังไงกับเราได้บ้างไปดูรายงานฉบับนี้จากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคกันเลย

                ก่อนอื่นจะไปดูเรื่องการคุ้มครองขอเริ่มกันที่คำจำกัดความของคำว่า “บัตรเครดิต” ก่อน ซึ่งระบุหมายความว่าบัตรที่ผู้ประกอบธุรกิจออกให้แก่ผู้บริโภคตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ผู้ประกอบธุรกิจกำหนด เพื่อใช้ในการชำระสินค้า ค่าบริการ หรือค่าอื่นใดแทนการชำระด้วยเงินสดหรือเพื่อใช้เบิกถอนเงินสด และต้องย้ำเลยว่ายังให้หมายรวมถึงกรณี “บัตรเดบิต” ด้วย  เว้นแต่จะกำหนดเป็นอย่างอื่นในประกาศนี้แต่ไม่รวมถึงบัตรที่ได้มีการชำระค่าสินค้า ค่าบริการ หรือค่าอื่นใดไว้ล่วงหน้าแล้ว

                นอกจากนี้ยังได้มีการระบุว่าสัญญาที่ผู้ประกอบธุรกิจทำกับผู้บริโภคจะต้องมีรายละเอียดอะไรบ้าง ประการแรกต้องมีข้อความเป็นภาษาไทยที่สามารถเห็นและอ่านได้ชัดเจน ประการที่สองมีขนาดตัวอักษรไม่เล็กกว่าสองมิลลิเมตรโดยมีจำนวนไม่เกินสิบเอ็ดตัวอักษรในหนึ่งนิ้ว และประการที่สามจะต้องใช้ข้อสัญญาที่มีสาระสำคัญและเงื่อนไข เช่นการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการใช้บัตรเครดิต อัตราดอกเบี้ย อัตราเบี้ยปรับ อัตราค่าธรรมเนียม อัตราค่าบริการและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ

                สำหรับการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขในบัตรเครดิตนั้นมีการกำหนดรายละเอียดไว้ดังนี้คือ ประการแรกเรื่องของอัตราดอกเบี้ย ,ค่าธรรมเนียมต่าง ๆ จะต้องแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน ประการที่สองผู้บริโภคมีสิทธิที่จะบอกเลิกสัญญาเมื่อไรก็ได้และมีสิทธิได้รับค่าธรรมเนียมคืนตามส่วน และประการที่สามกรณีที่สั่งซื้อสินค้า มีสิทธิในการขอยกเลิกการซื้อได้ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันส่งมอบสินค้า

                ขณะเดียวกันในส่วนของหน้าที่ผู้บริโภคที่มีต่อการใช้บัตรเครดิต ต้องย้ำและขีดเส้นใต้ไว้ชัด ๆ ดังนี้คือผู้บริโภคสามารถทักท้วงรายการใช้บัตรที่ไม่ถูกต้องภายใน 10 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง และยังอาจทักท้วงได้อีก 60 วันกรณีพิสูจน์ได้ว่าไม่ได้เป็นความผิดหรือบกพร่องของตนเอง นับตั้งแต่วันที่ได้ใบแจ้งรายการการใช้บัตร ประการต่อมาผู้ประกอบธุรกิจจะต้องระงับการเรียกเก็บเงินหรือคืนเงินทันทีเมื่อผู้บริโภคทักท้วงว่าไม่ได้มีการสั่งซื้อสินค้าชิ้นนั้น ๆ

                และประการสุดท้ายกรณีที่ผู้บริโภคแจ้งความประสงค์เป็นลายลักษณ์อักษรขอรับใบแจ้งรายการใช้บัตรในรูปแบบเอกสารหรือรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ผู้บริโภคมีสิทธิขอเปลี่ยนแปลงการขอรับใบแจ้งรายการการใช้บัตรในรูปแบบดังกล่าวได้ โดยจะต้องแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อให้ผู้ประกอบธุรกิจทราบล่วงหน้าภายใน 30 วัน

อย่างไรก็ตามเมื่อมีการยกเลิกสัญญา และผู้บริโภคมีสิทธิได้รับคืนค่าธรรมเนียมตามส่วนระยะเวลาที่ยังไม่ได้ใช้ สำหรับกรณีที่บัตรเครดิตหายจะต้องแจ้งระงับภายใน 5 นาที โดยที่ผู้บริโภคไม่ต้องรับผิดชอบภาระหนี้ที่เกิดขึ้นหลังจากมีการแจ้ง

                 รู้กันอย่างนี้แล้วคิดใช้ใช้บัตรเครดิตทุกครั้ง หากเกิดปัญหาขึ้นก็พึงรู้ไว้ว่าธุรกิจบัตรเครดิตเป็นธุรกิจที่มีการให้ความคุ้มครองด้วย ดังรายละเอียดที่ได้กล่าวไปแล้วในข้างต้น

แสดงความคิดเห็น