รู้ทันอาหารเสริมในสื่อโซเชียล ก่อนเสี่ยงบริโภค

นั่นคือผลิตภัณฑ์ทั้งหมดผิดกฎหมายเนื่องจากไม่ได้รับใบอนุญาตจากอย. และกระบวนการผลิตเป็นการทำมือที่ทำเองโดยไม่ได้รับมาตรฐาน ไม่มีการรับรอง สูตรที่ผสมในผลิตภัณฑ์ก็เป็นการคิดเองผสมเอง ไม่คำนึงถึงอัตราส่วนและการเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค รวมไปถึงสลากสินค้าต่างๆ ก็ผิดกฎหมาย

ซึ่งต้องเข้าใจว่ากระแสเรื่องของธุรกิจความงามในบ้านมีการเติบโตมาอย่างต่อเนื่อง และมีผลิตภัณฑ์ที่ค่อนข้างหลากหลายให้ได้ช้อปให้เลือกใช้กันตามแต่สะดวก โดยกระแสของธุรกิจความงามนั้นจากข้อมูลโดยสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ระบุข้อมูลเตือนภัยไว้ค่อนข้างน่าสนใจทีเดียวว่า

การขายครีมลดฝ้า หน้าขาว หรือผลิตภัณฑ์ที่พบเห็นมากมายในสื่อโซเชียลนั้น มีถึงขั้นเป็นโรงงานรับจ้างผลิตแถมสร้างแบรนด์ให้อีกต่างหาก ส่วนใหญ่มักจะโฆษณาว่ามีมาตรฐานการผลิต การรับประกัน การออกแบบสินค้าต่าง ๆ การวางแผนการตลาด รวมถึงการจดทะเบียนกับอยแต่ก็เป็นที่น่าสังเกตว่าส่วนใหญ่จะไม่ระบุที่ตั้งของโรงงาน แต่จะบอกเพียงแค่ตำแหน่งบริษัทที่จัดจำหน่าย ซึ่งผู้บริโภคจะแน่ใจได้อย่างไรว่าโรงงานที่รับผลิตครีมหรืออาหารเสริมเหล่านี้จะปลอดภัยและได้ผลจริง

นอกจากนี้บรรดาโรงงานที่โฆษณาผ่านเว็บไซต์ว่ารับผลิตครีมหรืออาหารเสริม  ส่วนมากจะผิดกฎหมายและไม่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค โดยผู้ประกอบการโรงงานดังกล่าวมักผสมสารปนเปื้อน สารต้องห้าม ปลอมเลขอนุญาต หรือนาเลขอนุญาต (อย.) ของผลิตภัณฑ์อื่นมาอ้าง        ซึ่งอาหารเสริมที่ต้องระวังเป็นพิเศษแบ่งเป็น 3 กลุ่มสำคัญ ได้แก่ กลุ่มลดความอ้วน กลุ่มเพิ่มความขาว ขนาดหน้าอก และกลุ่มเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ โดยผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้มักจะแสดงชื่อไม่ตรงกับที่จดแจ้งไว้กับอยมีสารต้องห้ามปนเปื้อน และแสดงฉลากอวดอ้างสรรพคุณเกินจริง ผู้ผลิตมักอ้างว่าเป็นสารสกัดจากธรรมชาติ ปลอดภัย ผู้ซื้อบริโภคแล้วก็เห็นผลจริงเนื่องจากผลิตภัณฑ์มีส่วนผสมของยาปนอยู่ แต่หากบริโภคเป็นเวลานานอาจเกิดการสะสม ซึ่งเป็นต้นเหตุของมะเร็งและก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้

            อย่างไรก็ตามสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ตรวจผลิตภัณฑ์อาหารเสริมต่างๆ มักพบสารอันตรายประเภทไซบูทามี” ในกลุ่มอาหารเสริมลดความอ้วน “สารทรานซามิน“ ในกลุ่มเพิ่มความขาว หรือขนาดหน้าอก และ “สารซิลเดนาฟิลในกลุ่มเสริมสมรรถภาพทางเพศ ส่วนในผลิตภัณฑ์ครีมมักพบ “สารปรอท” และสารไฮโดรควิโนน” ในครีมลดสิวฝ้า หน้าขาว ผิวขาว ซึ่งผู้บริโภคส่วนใหญ่ไม่เข้าใจ

 ว่าอาหารเสริมหรือครีมดังกล่าวเป็นอันตรายต่อร่างกาย เพราะพิจารณาเพียงว่ามีเลขอยกำกับ ก็คิดว่าน่าจะปลอดภัย ซึ่งในความเป็นจริงแล้วเลขอย.ข้างฉลากผลิตภัณฑ์ ไม่ใช่เครื่องรับประกันว่าอาหารเสริมหรือครีมนั้นปลอดภัยจากสารอันตราย

เนื่องจากที่ผ่านมาเคยมีหลายกรณีที่ผู้ผลิตมักแอบอ้างนำเลขอยซึ่งผู้ขอขอให้กับผลิตภัณฑ์หนึ่งนำไปใช้กับผลิตภัณฑ์ชนิดอื่นโดยพลการ เรียกได้ว่าเป็นการสวมเลข อย.  หรือในกรณีที่มีการแจ้งจดเลขอยโดยมีการแจ้งส่วนผสมที่ถูกต้องไม่เป็นอันตรายแก่ผู้บริโภค แต่เอาเข้าจริงเมื่อนำไปผลิตกลับไปเติมสารอันตรายทำให้ผู้ใช้ได้รับผลกระทบต่อร่างกาย ซึ่งกรณีเช่นนี้ถือเป็นความผิดตามกฎหมายและถือเป็นการละเมิดสิทธิผู้บริโภค ซึ่งหากผู้บริโภคพบเห็นหรือได้รับอันตรายจากการใช้ผลิตภัณฑ์ ที่หลอกลวงแอบอ้างดังกล่าวสามารถร้องเรียนไป อยเพื่อให้ดำเนินการต่อไปได้

                อย่างไรก็ตามจากข้อมูลเตือนภัยของสคบ.ยังได้ระบุถึงหลักการที่ผู้บริโภคควรใช้พิจารณาว่าอาหารเสริมหรือครีมนั้นมีสารอันตรายปนเปื้อน หรือไม่ ดังต่อไปนี้คือ

1ต้องเข้าใจว่าผลิตภัณฑ์อาหารเสริมไม่ใช่ยา และส่วนประกอบของอาหารเสริมต้องไม่ใช่ยาด้วย ใช้รักษาโรคไม่ได้ แต่พบว่าอาหารเสริมที่วางขายทั่วไปเกือบทั้งหมดมักอวดสรรพคุณว่ารักษาโรคได้ เช่น ลดความอ้วน เพิ่มหน้าอก เพิ่มความขาว เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ ซึ่งถือว่าเป็นการอ้างสรรพคุณยา

2หากสงสัยผลิตภัณฑ์ใด เบื้องต้นให้ตรวจสอบจากเว็บไซด์ www.fda.moph.go.th ในหัวข้อ “สืบค้นข้อมูลผลิตภัณฑ์” โดยนำเลขทะเบียน อย.ที่อยู่บนฉลากมาตรวจสอบว่าชื่อที่จดแจ้งไว้กับอย.ตรงกับที่ปรากฏบนฉลากหรือไม่

3อาหารเสริมไม่ใช่ยา จึงไม่สามารถออกฤทธิ์ให้เห็นผลได้ทันทีที่รับประทานเข้าไป หากอาหารเสริมตัวใดที่รับประทานแล้วเกิดปฏิกิริยาหรืออาการภายใน 30 นาที ให้สันนิษฐานว่ามีการแอบใส่ยาอันตรายเป็นส่วนผสม

ทั้งนี้ผู้บริโภคไม่ควรซื้อสินค้าตามแผงลอย เพราะหากเกิดปัญหาแล้วอาจไม่สามารถสืบหา ผู้กระทำผิดได้ และที่สาคัญหากใช้แล้วเกิดปัญหา ควรดำเนินการแจ้งความเพื่อลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน

สำหรับบทลงโทษตามกฎหมาย การโฆษณาผ่านเว็บไซต์โดยอวดอ้างสรรพคุณเกินจริงหรือใช้ข้อความอันเป็นเท็จ โฆษณาเอาเปรียบผู้บริโภคถือเป็นการกระทำผิดพรบคุ้มครองผู้บริโภค เรื่องแนวทางการโฆษณาสินค้าฯ มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจเข้าข่ายความผิดตาม พ...คอมพิวเตอร์ด้วย

ส่วนกรณีที่สินค้าไม่มีฉลากภาษาไทย ไม่มีเลขจดแจ้ง อยโทษปรับไม่เกิน 30,000 บาท และกรณีผลิตภัณฑ์ใส่สารต้องห้าม ไม่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค มีโทษจำคุก 5 ปี

แสดงความคิดเห็น