5 คำสั่งศาลคดีผู้บริโภคให้ผู้ประกอบการชดเชยอะไรได้บ้าง

นี่คือ 5 คำสั่งเยียวยาจากศาลที่ให้ผู้ประกอบการต้องชดเชยผู้บริโภค โดยอ้างอิงจากหลักของกฎหมายพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ.2551 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 23 สิงหาคม 2551 เป็นต้นมา

สำหรับวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภคจะเอื้อต่อการใช้สิทธิ์ของผู้บริโภคดำเนินการได้สะดวก เร็ว กว่าการฟ้องรูปแบบอื่น ซึ่งทุกคนสามารถฟ้องร้องต่อแผนกคดีผู้บริโภคที่มีประจำอยู่ในศาลแขวง ศาลจังหวัด และศาลแพ่งทุกแห่งได้

นอกจากนี้ ยังสามารถฟ้องด้วยทนายหรือด้วยตัวเองก็ได้ หากฟ้องด้วยตัวเองก็ยังสามารถฟ้องด้วยวาจาหรือเป็นหนังสือก็ได้ แม้แต่ร้องขอให้คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคหรือสมาคมที่คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภครับรอง ดำเนินการฟ้องร้องแทนให้ก็ได้ โดยไม่ต้องเสียค่าฤชาธรรมเนียม ทั้งตัวเองแทนที่ฟ้องและประชาชนที่ได้รับความเสียหาย อย่างไรก็ตามทั้งสองกรณีต้องไม่เป็นการเรียกค่าเสียหายเกินควร ไม่เช่นนั้นศาลอาจมีคำสั่งให้ชำระค่าฤชาธรรมเนียมในภายหลังได้

ไม่เพียงเท่านั้น คดีผู้บริโภค ยังกำหนดให้ภาระการพิสูจน์เป็นหน้าที่ของผู้ประกอบการ ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลาในการต่อสู้คดีให้กับผู้บริโภคเป็นอย่างมาก

คดีแบบไหนที่ศาลจะรับดำเนินคดีและพิจารณาคดีเป็นคดีผู้บริโภค

–  คดีแพ่ง ที่ผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจมีข้อพิพาทกันเนื่องจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ

–  คดีแพ่ง ที่ประชาชนได้รับความเสียหายที่เกิดจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย

–  คดีแพ่ง ที่เกี่ยวพันกับคดีทั้ง 2 ข้อข้างต้น

–  คดีแพ่งอื่นที่มีกฎหมายบัญญัติให้เป็นคดีผู้บริโภค

5 คำสั่งศาลคดีผู้บริโภคให้ผู้ประกอบชดเชยอะไรได้บ้าง

– เปลี่ยนสินค้าให้ใหม่ แทนการแก้ไขซ่อมแซม

– ให้ทำประกาศเรียกรับสินค้าคืนจากผู้บริโภค

– ห้ามจำหน่ายสินค้าที่เหลือ เรียกเก็บสินค้าที่ยังไม่ได้จำหน่าย หรือให้ทำลายสินค้าที่เหลือ กรณีที่สินค้าอาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคโดยส่วนรวม หากไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง ศาลมีอำนาจสั่งจับกุมและกักขังผู้ประกอบธุรกิจได้

– จ่ายค่าเสียหายเกินคำขอของผู้บริโภคได้หากเห็นว่าเกิดความเสียหายมากกว่าที่ได้ขอไป

– จ่ายค่าเสียหายเพื่อการลงโทษเพิ่มขึ้นจากค่าเสียหายที่แท้จริง

แสดงความคิดเห็น