Facebook จะเริ่มติดตามโฆษณาทางการเมืองทั่วโลก
เฟซบุ๊กเปิดตัว ‘คลังโฆษณา’ เครื่องมือค้นหาโฆษณาที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับการเมืองและประเด็นปัญหาที่มีความสำคัญระดับชาติ
เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (28 มกราคม 2019) Nick Clegg หัวหน้าฝ่ายนโยบายและการสื่อสารระดับโลกของ Facebook กล่าวในสุนทรพจน์ที่กรุงบรัสเซลส์ แถลงข้อกำหนดที่เข้มงวดมากขึ้น สำหรับโฆษณาทางการเมืองในสหภาพยุโรป (EU) อินเดีย และอิสราเอล โดยเฉพาะของ EU ก่อนการเลือกตั้งทั่วประเทศที่กำหนดไว้สำหรับฤดูใบไม้ผลิ โดยเฉพาะความพยายามล่าสุด ในการต่อสู้กับข้อมูลที่ผิด (Fake News และปฏิบัติการ IO) เพื่อเพิ่มความโปร่งใสบนแพลตฟอร์ม
  • ผู้ซื้อโฆษณาทางการเมืองจะต้องยืนยันตัวตน
  • โฆษณาแต่ละรายการจะถูกป้อนลงในคลังโฆษณาที่เก็บถาวร (เว็บไซต์ https://www.facebook.com/ads/archive/) ที่ค้นหาได้แบบสาธารณะ (ตอนนี้สามารถค้นหาได้เฉพาะของประเทศสหราชอาณาจักร บราซิล และสหรัฐฯ)
  • พร้อมด้วยข้อมูลรายละเอียดว่าใครเป็นผู้ชำระเงิน
  • บุคคลใดบ้างที่ระบุว่าเข้าถึงโฆษณาชิ้นนั้นได้
ภายใต้ระบบใหม่ โฆษณาทางการเมือง ใน Facebook จะมีคำว่า “จ่ายโดย” หรือ “paid for by” และเมื่อคลิกปฏิเสธจะพาผู้ใช้ (Users) ไปสู่ห้องสมุดที่ค้นหาได้ ซึ่งพวกเขาจะสามารถทราบได้ว่ามีการใช้จ่ายเงินไปกับโฆษณามากเท่าไร เห็นกี่ครั้ง อายุ เพศ และที่ตั้งของผู้คนที่ระบุให้เห็นโฆษณา
เครื่องมือเหล่านี้จะครอบคลุมไม่เพียง แต่โฆษณาที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งเท่านั้น แต่ยังรวมถึงโฆษณาที่เกี่ยวกับประเด็นปัญหาที่มีความสำคัญระดับชาติ
 
Facebook จะเปิดตัวระบบโฆษณาทางการเมืองแบบเดียวกันสำหรับการเลือกตั้งในอินเดียยูเครนและอิสราเอลในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ก่อนที่จะขยายตัวทั่วโลกในเดือนมิถุนายน
 
Facebook ซึ่งเป็นเจ้าของ Instagram และ Whatsapp มีระบบอัตโนมัติที่ป้องกันบัญชีปลอม 1 ล้านบัญชีทุกวัน กำลังวางแผนที่จะจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการสองแห่งในภูมิภาคที่มุ่งเน้นเรื่องความซื่อสัตย์ในการเลือกตั้ง (ที่แรกคือกรุง Dublin สาธารณรัฐไอร์แลนด์ และประเทศ Singapore)
สำหรับในประเทศไทยที่กำลังจะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นนั้น เคธี ฮาร์บาธ ผู้อำนวยการฝ่ายการเมืองระดับโลกและการประสานงานภาครัฐของ Facebook ได้มีการเตรียมการวางมาตรการป้องกัน ไม่อนุญาตให้คนที่อยู่ต่างประเทศ บูสต์เนื้อหาที่เกี่ยวข้องเรื่องการเมือง รวมทั้งตั้งทีม War room ขึ้นมาพิเศษ เพื่อคอยมอร์นิเตอร์เพจที่มีการเปลี่ยนชื่อในภายหลัง และมีการใช้งานทั้งโพสต์เนื้อหาหรือทำการโฆษณาที่เกี่ยวข้องกับการเมือง โดยการลงโทษมีตั้งแต่ลดจำนวนการมองเห็นในหน้าฟีด ไปจนถึงลบบัญชีผู้ใช้งาน
นอกจากนี้ ยังมีการสรุป 5 มาตรการดูแลเนื้อหาช่วงเลือกตั้งประกอบไปด้วย การใช้ AI และพนักงาน (เพื่อป้องกันความผิดพลาด) กวาดล้างบัญชีผู้ใช้ปลอม ตามด้วยลดการแพร่กระจายของข่าวปลอมด้วยการให้โพสต์ที่มี Engangment จากคนใกล้ชิดแสดงขึ้นหน้า Feed ก่อน จากนั้นจะมีการแสดงข้อมูลให้เห็นในเพจว่ามีโพสต์ไหนบ้างที่ซื้อโฆษณา กลุ่มเป้าหมายเป็นใคร รวมถึงการป้องกันความปิดปกติที่เกิดขึ้นจากการที่มีแอดมินอยู่อีกประเทศหนึ่ง แต่พยายามแสดงเนื้อหาของอีกประเทศหนึ่ง
แสดงความคิดเห็น