รู้ไว้ไม่เสียของ! ธุรกิจขายตรง VS. แชร์ลูกโซ่ต่างกันตรงไหน ????
                ยังคงเกาะติดกับเรื่องของธุริจขายตรง พร้อม ๆกับคำถามที่ตามมาหลาย ๆเรื่อง โดยเฉพาะประเด็นการแบ่งแยกหรือข้อแตกต่างระหว่าง ธุรกิจขายตรง กับ ธุรกิจแอบแฝงแชร์ลูกโซ่ เขาวัดกันตรงไหน อย่างไร Bee Voice มีคำตอบมาฝากเพื่อน ๆให้คลายสงสัยกันซะที

                ความแตกต่างระหว่างธุรกิจขายตรงกับธุรกิจแอบแฝงแชร์ลูกโซ่นั้น จากข้อมูลโดยสมาคมพัฒนาการขายตรงไทย ระบุไว้ชัดเจนถึงหลักในการพิจารณา เพื่อแยกแยะ หากใครที่กำลังถลำตัวหรือคิดจะสมัครเป็นนักธุรกิจเครือข่ายขายตรง ลองพิจารณาหลักสำคัญดังต่อไปนี้

ประการแรก  เรื่องการจดทะเบียนธุรกิจ 

สำหรับธุรกิจขายตรงจะจดทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และดำเนินธุรกิจตรงตามที่ได้ยื่นจดทะเบียนไว้  ขณะที่ธุรกิจแอบแฝงหรือแชร์ลูกโซ่จะไม่ได้จดทะเบียน หรือจดทะเบียนแล้ว แต่ดำเนินธุรกิจแตกต่างจากที่ได้จดทะเบียนไว้

ประการที่สอง เรื่องการรับสมัครสมาชิก 

ธุรกิจขายตรงจะไม่บังคับ/ ไม่มีเงื่อนไขให้สมาชิกต้องซื้อสินค้าเพื่อมีสิทธิในการเข้าร่วมธุรกิจ ขณะที่ธุรกิจแชร์ลูกโซ่ มีการบังคับหรือมีเงื่อนไขให้สมาชิกต้องซื้อสินค้าเพื่อสิทธิในการเข้าร่วมธุรกิจ

ประการที่สาม เรื่องการขายสินค้า 

ธุรกิจขายตรง : สมาชิกนำสินค้าไปเสนอขายต่อผู้บริโภคโดยตรง ณ ที่อยู่อาศัย หรือสถานที่ทำงานของผู้บริโภค หรือผู้อื่น ในขณะที่ธุรกิจแชร์ลูกโซ่นั้นสมาชิกไม่ต้องนำสินค้าไปเสนอขายต่อผู้บริโภค แต่มุ่งเน้นให้สมาชิกไปชักชวนบุคคลอื่นเข้ามาร่วมเครือข่าย

ประการที่สี่  เรื่องการจ่ายผลตอบแทน 

สำหรับธุรกิจขายตรง นั้นผลตอบแทนที่เป็นรายได้หลักของสมาชิกจะขึ้นอยู่กับการขายสินค้าส่วนธุรกิจที่เป็นแชร์ลูกโซ่ รายได้จะมาจากการแนะนำที่คิดคำนวณจากจำนวนสมาชิกมาเข้าร่วมเครือข่ายมากขึ้น

ประการที่ห้า เรื่องของสินค้า 

ธุรกิจขายตรง สินค้าจะมีคุณภาพสูง / ได้รับการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขณะที่ในส่วนของธุรกิจแชร์ลูกโซ่ สินค้าจะราคาสูงแต่คุณภาพต่ำและไม่ได้มาตรฐาน แถมใช้วิธีโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณที่เกินจริง

ประการที่หก  เรื่องของสิทธิของสมาชิก / ผู้จำหน่ายอิสระ ในการคืนสินค้า 

สำหรับในประเด็นดังกล่าวนี้ กรณีธุรกิจขายตรงสมาชิกมีสิทธิคืนสินค้าตามเงื่อนไขของสัญญา และรอรับเงินคืนตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ในขณะที่ธุรกิจแชร์ลูกโซ่มักไม่รับคืนสินค้า เพราะระบบการจ่ายเงินเป็นการนำเงินจากผู้สมัครรายใหม่มาจ่ายให้รายเก่าต่อ ๆ กันไป (ระบบปิรามิด)

ประการสุดท้าย คือเรื่องสิทธิของผู้บริโภค 

กรณีธุรกิจขายตรงนั้นผู้บริโภคมีสิทธิเลิกสัญญา โดยส่งหนังสือแสดงเจตนาภายใน 7 วันนับจากวันที่ได้รับสินค้า หรือบริการ ในขณะที่ธุรกิจแชร์ลูกโซ่นั้น การซื้อสินค้าของสมาชิกเป็นการซื้อภายใต้เงื่อนไขเพื่อหวังรับผลประโยชน์ตอบแทน จึงไม่เป็นผู้บริโภคตามกฏหมายขายตรง
รู้กันอย่างนี้แล้ว ใครจะมาชักชวนให้ลงทุนทำอะไรก็ลองพินิจพิจารณากันให้ถ่องแท้ ตามหลักที่ได้นำมาฝากกัน จะได้ไม่ต้องตกหลุมพรางตกไปเป็นเหยื่อจากแก๊งค์ต้มตุ๋นหรือแชร์ลูกโซ่ได้
แสดงความคิดเห็น